ทางการ!ทีมลีกอาร์เจนตินาตั้งมาราโดน่าคุมทัพ

กิมนาเซีย ประกาศตั้ง ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมเรียบร้อย โดยสัญญามีผลจนถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น กิมนาเซีย สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินา ประกาศว่าพวกเขาได้แต่งตั้งให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา มาราโดน่า มีปัญหาด้านหัวเข่าจนทำให้เขาต้องลาออกจากการคุม โดราโดส สโมสรในลีกระดับ 2 ของประเทศเม็กซิโกไปเมื่อช่วเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาก็สามารถเดินไปไหนมาไหนในโรงพยาบาลได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า มาราโดน่า กำลังจะไปกุมบังเหียน กิมนาเซีย โดยถึงแม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับข้อเสนอจากทีมดังกล่าว แต่ มาติยาส มอร์ล่า ทนายความส่วนตัวของเขาออกมาบอกเองว่า “เสือเตี้ย” จ่อจะได้ไปทำงานกับที่นั่นจริงๆ และล่าสุดมันก็มีการแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยที่สัญญามีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ “ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า สตาร์ดังของโลกฟุตบอล ได้เซ็นสัญญากับเรา และเป็นโค้ชคนใหม่ของ กิมนาเซีย แล้ว โดยสัญญาจะมีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้” แถลงการณ์ของ กิมนาเซีย ระบุ ปัจจุบัน กิมนาเซีย อยู่ในอันดับสุดท้ายของลีก ด้วยผลงาน 1 คะแนน จากการลงเล่น 5 นัด ส่วนครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ มาราโดน่า ทำงานในบ้านเกิดนั้น ได้แก่การเป็นผู้ช่วยของ เดปอร์ติโบ ริเอสตร้า ระหว่างปี 2013-17 แต่ถ้านับเฉพาะในฐานะกุนซือคือการคุมทีมชาติอาร์เจนตินาในปี 2008-10 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เบลโวยไม่แฟร์ถูกมองเป็นแพะที่เรอัลมาดริด

แกเร็ธ เบล ปีกดาวดัง เรอัล มาดริด ชี้ไม่แฟร์เลยสำหรับตนที่ถูกยัดเยียดความเป็นแพะ แย้มอยากเข้าไปเคลียร์ปัญหาต่างๆ กับสโมสร แกเร็ธ เบล ปีกความเร็วสูงของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน เชื่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับตน ที่ถูกมองเป็นแพะรับบาปที่สโมสรในช่วงที่ทีมมีผลงานน่าผิดหวังนับมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว สตาร์ทีมชาติเวลส์วัย 30 ปี เกือบได้เก็บข้าวของย้ายไปค้าแข้งที่จีนกับ เจียงซู ซู่หนิง หลังจากที่รู้ว่าไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหาร “ราชันชุดขาว” ไม่ยอมเปิดไฟเขียวให้ดีลดังกล่าวเกิดขึ้น และสุดท้ายฤดูกาลนี้ เบล ก็ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมลีกทั้ง 3 นัด และทำไปแล้ว 2 ประตู “ผมเข้าใจดีว่า ผมถูกมองเป็นแพะรับบาปมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งผมก็ต้องทำใจยอมรับ ถึงแม้มันดูไม่แฟร์เลยก็ตาม ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก ไม่ใช่แค่กับผมคนเดียว และกับทีมด้วย” “ผมจะไม่พูดว่า ผมลงเล่นอย่างมีความสุข แต่ผมก็ต้องลงเล่น เมื่อผมเล่นอยู่ในสนาม ผมมีความเป็นมืออาชีพมากพอ และพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นให้สโมสรหรือทีมชาติ” “ผมมั่นใจเลยว่า มันจะต้องมีความวุ่นวายมากกว่านี้อีก ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเข้าไปคุยกับทางสโมสร มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับพวกเขา เราจำเป็นต้องหาบทสรุปร่วมกันให้ได้” อดีตดาวเตะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดใจกับ สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี ทั้งนี้ เบล ลงเล่นให้ เรอัล มาดริด ไปแล้ว 234 นัด ทำได้ 104 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก “ไก่เดือยทอง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ป็อกบา-เรอัล มาดริด ! ดีลที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยช่วงซัมเมอร์

ปอล ป็อกบา ไม่เคยปกปิดความต้องการที่จะโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเป้าหมายคือ เรอัล มาดริด ซึ่งมีข่าวว่าอยากได้ แข้งเลือดเฟร้นช์ ไปร่วมทีมเช่นกัน และมีรายงานว่า “ราชันชุดขาว” พยายามที่จะขอซื้อนักเตะ แต่ความจริงแล้วดีลนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยก่อนตลาดพ่อค้าแข้งปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ป็อกบา เอ่ยวาจายอมรับกับสื่อเองต้องการออกไปจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อไปหาความท้าทายใหม่ และจุดหมายปลายทางก็คือเกมลา ลีกา สเปน โดยในช่วงเวลานั้น “ราชันชุดขาว” ดูเหมือนพร้อมที่จะรับเซ้งนักเตะมาร่วมทีม เพราะชื่นชอบ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องจาก เรอัล มาดริด พร้อมทุ่มเงินเต็มสูบให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อพิจารณาปล่อย ป็อกบา ย้ายมาสวมชุด “ราชันชุดขาว” แต่สุดท้ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จเมื่อการดำเนินงานต่างๆ ต้องยุติลงเพราะตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล ได้รับข้อมูลสำคัญว่า จริงๆ แล้วดีลการซื้อขาย กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องจากทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน ไม่เคยสนใจที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึง อดีตดาวเตะยูเวนตุส มาเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เรื่องของเรื่องก็คือสื่อผู้ดีอ้างว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ป็อกบา ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากที่จะปล่อยนักเตะออกไปหากว่าทีมได้รับข้อเสนอจำนวนมหาศาลว่ากันว่าประมาณ 150 ล้านยูโร (ราว 5,250 ล้านบาท) เพื่อหวังนำเงินไปลงทุนกับผู้เล่นใหม่ๆ ที่ตนอยากได้มากกว่า ฉะนั้นหาก เรอัล มาดริด อยากได้ตัว ป็อกบา จริงๆ ก็ต้องยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจเข้ามา พวกเขาก็พร้อมเปิดทางทันที ! แต่ข้อเสนอจาก “โลส บลังโกส” ไม่เคยถูกส่งเข้ามาให้ “ปีศาจแดง” พิจารณาอีกเลย เนื่องจากทีมไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำด้วยข้อเสนอมหาศาลได้ เพราะพวกเขาควักกระเป๋าจ่ายค่าตัว เอแด็น อาซาร์ ให้กับ เชลซี ไปแล้วถึง 100 ล้านยูโร (ราว 3,500 ล้านบาท) ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ป็อกบา ไม่ได้ย้ายทีมอย่างที่วาดฝันเอาไว้ และด้วยสปิริตของพ่อค้าแข้งอาชีพ เจ้าตัวก็ตัดสินใจกลับมาร่วมฝึกซ้อม และเดินทางไปอุ่นเครื่องปรีซีซั่นกับต้นสังกัด โดยในเวลานั้น โซลชา ยังกล่าวชื่นชมทัศนคติของ ป็อกบา ที่มีความเป็นมืออาชีพสูง แม้ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของเขาจะพยายามกดดัน “เร้ด เดวิลส์” ให้ปล่อยตัวลูกค้าของเขาไปอยู่กับ เรอัล มาดริด อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ การย้ายทีมดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะ เรอัล มาดริด ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะคว้า ป็อกบา มาร่วมทัพ แม้ ซีดาน อยากได้นักเตะรุ่นน้องร่วมชาติก็ตาม แต่ด้วยค่าตัวขนาดนั้นทำให้ทีมจำเป็นต้องพับแผนทันท กระนั้นความฝันที่ ป็อกบา กับ ซีดาน จะได้ร่วมงานกันยังมีความเป็นไปได้ เพราะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม หรือในช่วงซัมเมอร์หน้า เรอัล มาดริด อาจจะมีงบประมาณใหม่เพื่อใช้กระชากตัวนักเตะมาร่วมทัพก็เป็นไปได้ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เชื่อไหม?เผยญาติเจอร์ราร์ดเคยปัดข้อเสนอแมนยู

เอเจนต์ชาวอิตาเลียน เปิดเผยเรื่องเด็ดว่า บ็อบบี้ ดันแคน หัวหอกญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนใจอยากดึงตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างหล่อไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล บ็อบบี้ ดันแคน กองหน้าดาวรุ่ง เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้ายจะเดินทางไปเป็นสมาชิกใหม่ ฟิออเรนตินา โดยให้เหตุผลไม่อยากทรยศ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากการเปิดเผยของ วิเชนโซ่ โมราบิโต้ เอเจนต์ชาวอิตาเลียนของนักเตะ ฟิออเรนติน่า ยื่นข้อเสนอของยืมตัว ดาวเตะญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม “เดอะ เร้ดส์” ในตอนแรกแต่โดน ลิเวอร์พูล ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ซาอิฟ รูบี้ เอเจนต์ของนักเตะออกมาจวกหนักสโมสร ในที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปล่อย ดันแคน ออกไปด้วยสนนราคา 1.8 ล้านปอนด์ (ราว 68.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามก่อนจะได้ย้ายไป “วีโอล่า” ยังมีประเด็นน่าสนใจยิ่งกว่านี้อีกเมื่อความจริงแล้ว ดันแคน ได้รับความเสนอมากมายโดยเฉพาะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวปัดโอกาสไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากไม่ต้องการหักหลังสาวก “เดอะ ค็อป” โมราบิโต้ ซึ่งทำงานร่วมกับ รูบี้ ในการนำ ดันแดน ย้ายไปอยู่กับฟิออเรนติน่า กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน ซาอิฟ ติดต่อมาหาผม และเราเตรียมที่จะทำงานร่วมกันในการพยายามหาสโมสรใหม่ให้ บ็อบบี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธ ยูไนเต็ด ซึ่งยืนยันว่าอยากได้เขามากๆ” “เขามีโอกาสได้ย้ายไป ลาซิโอ แต่ความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีนัก และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (เทรนเนอร์ลาซิโอ) ซิโมเน่ อินซากี้ จะทำให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และผมหวังว่าเขาจะเป็นแบบนั้นกับ (กุนซือฟิออเรนติน่า) วินเชนโซ่ มอนเตลล่า” เอเจนต์เลือดมะกะโรนี ระบุ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เก็บตก 5 ประเด็น! ทีมชาติไทย เปิดบ้านเจ๊า เวียดนาม 0-0 คัดบอลโลก

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดแรกของกลุ่ม จี ซึ่ง “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ เวียดนาม 0-0 ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และนี่คือ 5 ประเด็นที่เกิดขึ้นในเกมสำคัญนัดนี้ 5. ความเป็นไปของเกม เกมออกสตาร์ทด้วยจังหวะได้ลุ้นตั้งแต่นาทีแรกของ เวียดนาม เมื่อบอลยาวทิ้งไปแดนหน้าข้ามหัวกองหลัง ไทย และได้จบสกอร์โชคดีที่บอลหลุดกรอบออกไป หลังจากนั้นเกมในครึ่งแรกตกเป็นของทัพ ช้างศึก อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเป็นฝ่ายครองบอลหาโอกาสเจาะเข้าทำได้มากกว่าแต่เคลื่อนบอลสู่เขตอันตรายได้น้อยครั้งจากการที่ทีมเยือนแพ็คเกมรับอย่างแน่นหนา ขณะที่เกมในครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างพยายามเร่งเครื่องกันมากกว่าเดิม ส่วนการปล่อยให้เกมไหลโดยไม่เป่าฟาวล์ของผู้ตัดสินยิ่งทำให้มีการเข้าปะทะแบบถึงลูกถึงคนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้โอกาสแบบถนัดถนี่เพียงลูกหลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษของ ฐิติพันธ์ กับ โอกาสในนาทีสุดท้ายของ สุภโชค สารชาติ เท่านั้น 4. ความแน่นอนในแดนกลาง จากการจัดแผนผังรูปแบบการยืนตำแหน่ง 4-3-1-2 โดยมี สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คอยบัญชาเกมในแดนกลางทำให้ทัพ ช้างศึก คุมเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้ง สารัช และ พิธิวัต ยังมีส่วนกับการดันขึ้นไปช่วยเติมเป็นทางเลือกในการผ่านบอลที่แดนหน้ารวมทั้งยังหายห่วงในเกมสวนกลับของ เวียดนาม ข้อด้อยของรูปแบบการเล่นดังกล่าวดูจะมีเพียงอย่างเดียวเมื่อมีเพียง สารัช เท่านั้นที่สามารถช่วยพลิกบอลยามเซ็ตเกมจากแดนหลังได้เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลอยสูงอยู่ที่แดนบนจนหลายครั้งที่เราจบด้วยการทิ้งบอลยาวไปที่แดนหน้าและตามเก็บในจังหวะที่สองแทน 3. เกมรุกริมเส้นจากฟูลแบ็คบอดสนิท นิชิโนะ พยายามให้ลูกทีมเล่นอย่างเพลย์เซฟเมื่อใช้ผู้เล่นในแดนกลางสลับกันคอยโฉบเติมขึ้นไปจู่โจมโดยมี สุภโชค กับ ฐิติพันธ์ ถ่างออกไปเล่นที่ด้านกว้าง แต่ทีมไทยได้ลุ้นเหน่งๆ จากรูปแบบการขึ้นเกมดังกล่าวอย่างชัดเจนนับครั้งได้เมื่อ พิธิวัต ได้หลุดไปเปิดที่สุดเส้นหลังฝั่งซ้ายในช่วงต้นเกมและจังหวะวูบวาบของ สุภโชค ที่ฝั่งเดียวกัน แม้ทีมจะดูตื้อๆ เมื่อไม่สามารถเคลื่อนบอลสู่กรอบเขตโทษได้ถนัดถนี่นักแต่เราแทบไม่เห็นการดันขึ้นสูงเพื่อมีส่วนกับเกมรุกของทั้ง ทริสตอง โด กับ ธีราทร บุญมาทัน เลยกระทั่งในช่วงราว 15 นาทีสุดท้ายของเกม 2. ความหวังในตัว ชนาธิป เพลย์เมคเกอร์ตัวความหวังจาก คอนซาโดเล ซัปโปโร เริ่มต้นในครึ่งแรกแบบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเกมรุกมากนักเมื่อถูกจับให้ไปยืนประจำการที่ด้านหลังของกองหน้าอย่าง สุภโชค และ ฐิติพันธ์ ซึ่งบอลเซ็ตจากแดนกลางไปไม่ถึงเจ้าตัวเมื่อพลพรรค ดาวทอง ยืบีบพื้นที่ปิดเส้นทางลำเลียงบอลสู่ ชนาธิป รวมทั้งคอยทำลายจังหวะเมื่อบอลไปถึงเจ้าตัว อย่างไรก็ตาม เกมในครึ่งหลังเจ้าตัวดูจะมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นเมื่อได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ถ่างออกเพื่อรับบอลที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งรวมทั้งยังมีช็อตช่วยทีมปั้นเกมรอบกรอบเขตโทษ แต่ท้ายที่สุดต้องให้เครดิตกับลูกทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ ที่มีวินัยในเกมรับอย่างยิ่งยวดจนสามารถลดอันตรายของ ชนาธิป ไปได้มากในเกมนี้ 1. สุภโชค วูบวาบ กลายเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย เมื่อเวลาของเกมผ่านไป กองหน้าจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ เวียดนาม อย่างเห็นได้ชัดเมื่อทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่ง รวมไปถึงวินัยในการไล่บีบพื้นที่และการวิ่งเพื่อหาช่องเข้าทำ สุภโชค ยังได้รับความไว้วางใจจาก นิชิโนะ ให้อยู่ในสนามจนจบเกมและยังได้โอกาสทองในวินาทีสุดท้ายจากช็อตหลุดเดี่ยวก่อนที่จะยิงไปติดบล็อกกองหลังที่ยืนคุมเส้นประตู ด้วยเครดิตที่เจ้าตัววูบวาบมาตลอดทั้งเกมทำให้เราไม่อาจตำหนิแข้งวัย 21 ปีที่ไม่เฉียบขาดพอในจังหวะช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังได้ ไม่มีใครรู้ได้ว่าหาก สุภโชค ตัดสินใจไหลต่อให้กับ ชนาธิป ที่ยืนรออยู่ในพื้นที่เปิดมากกว่าใกล้เคียงจะเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยเจ้าหนูรายนี้ก็ทำได้เราเห็นว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย ได้อีกราย เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

โรมาเนียท้าชิง3แต้ม! ส่งฮาจี้จอมทัพ, สเปนชูโรดริโก้ซัลโวลุ้นเฮ5นัดติด

โรมาเนีย 3 นัดล่าสุดในรอบคัดเลือกทำผลงานได้ค่อนข้างดีเยี่ยม เกมนี้เฝ้าบ้านรับมือจ่าฝูงทีมชาติสเปน ยานิส ฮาจี้ ลูกชายของตำนานทัพผีดิบพร้อมขับเคลื่อนเกม ขณะที่ทัพกระทิงดุของ โรเบิร์ต โมเรโน่ กุนซือคนใหม่ที่มาแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ พร้อมใช้ดาวรุ่งเป็นแกนหลัก โดยหน้าเป้าพร้อมใช้ โรดริโก้ โมเรโน่ ล่าตาข่ายลุ้นชนะรวด100เปอร์เซนต์ ในแมตชที่ 5 ศึดยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอฟ คืนวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 01.45 น. คอสมิน คอนทร้า เทรนเนอร์ทีมชาติโรมาเนีย พาทีมถล่มมอลตา 4-0 ในเกมคัดยูโรล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม คอนทร้าประกาศทีมชุดล่าสุดออกมาแล้ว โดยมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรเลย เพราะมีนักเตะหลุดโผไปถึง 8 ราย ส่วนเกมนี้จะไม่มีอเล็กซานดรู ชิปซิอู แบ็กขวาตัวเก๋าที่ติดโทษแบน หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด แต่พวกแกนหลักและดาวดังประจำทีมอย่างวลัด คิริเคส, ราซวาน มาริน, ยานิส ฮาจี้, เคลาดิอู เคเซรู และ จอร์จ ปุสคัส ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม โรเบิร์ต โมเรโน่ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปนคนใหม่ ซึ่งเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลส่วนตัว ซึ่งเพิ่งมีการเปิดเผยว่าเพราะลูกสาวเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โมเรโน่ ประกาศลูกทีมชุดแรกของตัวออกมาแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ ปาโบล ซาราเบีย มิดฟิลด์ตัวรุกจากเปแอสเช และ อูไน นูนเญซ กองหลังจากแอธเลติก บิลเบาเข้ามาติดธงครั้งแรก ส่วนพวกที่หลุดโผไปก่อนหน้านี้อย่าง ติอาโก้ อัลกานตาร่า, ปาโก้ อัลกาเซร์ และ ซูโซ่ ต่างกลับมามีชื่ออีกครั้ง ตำแหน่งนายทวารน่าจะยังให้โอกาส เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสาก่อน ดาบิด เด เคอา นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม โรมาเนีย (4-3-1-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู – โรมาริโอ เบนซาร์, วลัด คิริเคส, โยนุต เนเดลเซียรู, อลิน ทอสก้า – ราซวาน มาริน, นิโคเล สตานซิอู, อเล็กซานดรู มักซิม – ยานิส ฮาจี้ – เคลาดิอู เคเซรู, จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – ดานี่ การ์บาฆัล, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา – ดานี่ ปาเรโฆ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ฟาเบียน รูอิซ – ซูโซ่, โรดริโก้ โมเรโน่, มิเกล โอยาร์ซาบัล เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) ผลงานการพบกันที่ผ่านมา วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน 28/03/16 กระชับมิตร โรมาเนีย 0 – 0 สเปน 16/11/06 กระชับมิตร สเปน 0 – 1 โรมาเนีย 19/11/97 กระชับมิตร สเปน 1 – 1 โรมาเนีย 18/06/96 ยูโร โรมาเนีย 1 – 2 สเปน 17/04/91 กระชับมิตร สเปน 0 – 2 โรมาเนีย ผลงาน 5 นัดหลังสุด โรมาเนีย 11/06/19 ชนะ มอลตา 4-0 (เยือน) คัดยูโร 08/06/19 เสมอ นอร์เวย์ 2-2 (เยือน) คัดยูโร 27/03/19 ชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-1 (เหย้า) คัดยูโร 24/03/19 แพ้ สวีเดน 1-2 (เยือน) คัดยูโร 21/11/18 ชนะ มอนเตเนโกร 1-0 (เยือน) ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก สเปน 11/06/19 ชนะ สวีเดน 3-0 (เหย้า) คัดยูโร 08/06/19 ชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-1 (เยือน) คัดยูโร 27/03/19 ชนะ มอลตา 2-0 (เยือน) คัดยูโร 24/03/19 ชนะ นอร์เวย์ 2-1 (เหย้า) คัดยูโร 19/11/18 ชนะ บอสเนียฯ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

วาทะเดือดก่อนเกม! มุมมอง “แฟนบอลเวียดนาม” ก่อนเจอ ไทย ศึกคัดบอลโลก

ถือเป็นเกมที่มีความสำคัญทั้งสองทีม สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่างทีมชาติไทย จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 5 กันยายน นี้ เราลองไปฟังความคิดเห็นของแฟนๆ ชาวเวียดนาม กันเกี่ยวกับเกมนัดนี้ คอมเมนต์ที่ 1 ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา การเจอกันของ เวียดนาม และ ไทย ดูเหมือนว่าจะสู้เกมในวันที่ 5 กันยายนนี้ไม่ได้ เกมนี้จะกลายเป็นที่สนใจมากๆ ของทั้งสองชาติ คอมเมนต์ที่ 2 นักเตะไทยเป็นพวกที่ชอบอารมณ์ร้อน และมักจะเล่นพลาดง่ายๆ หวังว่าพวกเราจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเขาในครั้งนี้เอาชนะให้ได้ คอมเมนต์ที่ 3 เอากันตรงๆ ปัจจุบัน เวียดนาม ไม่ได้เป็นรองไทยอีกต่อไป แถมนี่เป็นนัดแรกในการคุมทีมของ นิชิโนะ ดังนั้นพวกเขาต้องเต็มที่แน่นอน แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาในเกมนี้ก็คือการได้ลงเล่นในบ้านเท่านั้น คอมเมนต์ที่ 4 หลังจบเกม แฟนบอลชาวไทย จะออกมาพูดว่า นัดนี้เราแพ้เพราะขาดโชค คอมเมนต์ที่ 5 มันฟังดูแย่มากหากเราจะบุกไปถล่มพวกเขาคาบ้าน เอาเป็นว่าแค่ชนะก็พอ คอมเมนต์ที่ 6 การเผชิญหน้ากับทีมเทพอย่างพวกเราเขาจะเอาอะไรมาสู้ เผลอๆ อาจโดนแบบที่แพ้ อินเดีย ในเอเชียนคัพ คอมเมนต์ที่ 7 ทำไมฉันมีความมั่นใจว่า เวียดนาม จะชนะไทยได้ คอมเมนต์ที่ 8 ฉันว่าเกมนี้ ทีมชาติไทย คงไม่กล้าเปิดเกมบุกใส่เราแบบเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต เพราะพวกเขากลัวเราไปแล้ว คอมเมนต์ที่ 9 เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ จะต้องเป็นฝ่ายกดดันเพราะถือเป็นการเปิดตัวคุมทีมครั้งแรกของเขา คอมเมนต์ที่ 10 เกมนี้ถ้าผลออกมาที่เราชนะ หรือเสมอ ฉันก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะทีมเวียดนาม ไม่ได้กดดันอะไรเลย คอมเมนต์ที่ 11 เชื่อเลยเกมนี้ ทีมไทย จะเล่นหนักใส่เราแน่นอน เพราะพวกเขากดดันอย่างหนัก คอมเมนต์ที่ 12 ทีมชาติไทย แข็งแกร่งกว่าเวียดนามมาในทุกระดับอายุ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เวียดนาม เหนือกว่าไทยทุกรุ่นอายุ และแน่นอนตอนนี้เราเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน คอมเมนต์ที่ 13 มุมมองของฉัน ตอนนี้คนไทยกำลังสร้างความกดดันให้กับนักเตะตัวเอง เพราะการแข่งขันนี้พวกเขาถูกบังคับให้ต้องชนะเท่านั้นเพื่อศักดิ์ศรีของพวกเขา แต่เขาจะทำผิดพลาดด้วยการแพ้ให้เรา 1-2 และถึงเวลานั้นเขาจะรู้ว่าใครคือเบอร์ 1 ของอาเซียน คอมเมนต์ที่ 14 ฉันกลับเห็นต่าง ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย ต้องชนะเท่านั้น ด้วยระดับทีมแล้วฉันมองว่าไม่ต่างกันแล้ว แต่พวกเขาได้เปรียบที่เล่นในบ้าน แถมเป็นการทำงานของโค้ชคนใหม่ที่เหมือนจะแพ้ไม่ได้ ดังนั้น เวียดนาม ต้องห้ามประมาทเด็ดขาด คอมเมนต์ที่ 15 เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ทั้งสองทีมเรียกกองกลางมาเยอะมาก ดังนั้นจะเป็นการต่อสู้กันในแดนกลาง หาก เวียดนาม แพ้ในจุดนั้นทีมจะเสียเปรียบอย่างมาก คอมเมนต์ที่ 16 ทีมชาติไทย ต้องเรียกว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้อีกเลย เรามารอดูผลการแข่งขันกันว่าใครคือเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้กัน ฉันไม่ชอบประเทศไทย ดังนั้นแน่นอน เกมนี้เวียดนามบุกชนะ คอมเมนต์ที่ 17 ฉันคิดว่าเกมนี้ ทีมไทย จะมาเล่นเพรสซิ่งไล่บอลพวกเราอย่างหนัก แน่นอนด้วยความไม่ฟิตของผู้เล่นเวียดนาม จะทำให้เจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอน หวังว่า ปาร์ค ฮัง ซอ จะแก้เกมได้ดี คอมเมนต์ที่ 18 ฉันหวังว่าในบอลโลก 2020 จะมีทีมจากอาเซียนได้ตั๋วไปแข่งบ้าง และแน่นอนทีมนั้นต้องเป็นเวียดนาม คอมเมนต์ที่ 19 เกมนี้ทีมไทยจะมาเล่นแบบประกบตัวตัวแน่นอน ดังนั้นเราต้องวางแผนรับมือให้ดี คอยทำลายเกมพวกเขา และถ้าเราได้ประตูออกนำก็ลงมาเน้นรับแล้วโต้ตามแผนของเรา คอมเมนต์ที่ 20 เราต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่ ต้องใจเย็นมากๆ เพราะพวกเขาเล่นเกมหนักใส่เราแน่นอน แต่หากเราไม่ใจร้อนทุกอย่างจะเข้าทางเรา และทันทีที่เสียงนกหวีดสิ้นสุดลง เราจะเป็นฝ่ายดีใจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

แมนยูเริ่มคุยเอเยนต์หวังยืดสัญญาป็อกบา

เลกิ๊ป สื่อของฝรั่งเศส ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยกับ มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าของ ปอล ป็อกบา เพื่อหารือเรื่องการต่อสัญญากัน หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันเหลืออายุเพียงราว 2 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของ ปอล ป็อกบา เกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญากับดาวเตะชาวฝรั่งเศส ตามรายงานของ เลกิ๊ป สื่อชั้นนำของเมืองน้ำหอม ป็อกบา ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเจ้าตัวบอกเองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่ต้องหาความท้าทายใหม่ๆ กับที่อื่นแล้ว ขณะที่ ไรโอล่า ก็เคยพูดว่านักเตะในความดูแลของเขาอยากบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน ซึ่งมันมีข่าวลือด้วยว่า ไรโอล่า พยายามเดินเรื่องให้เกิดการย้ายทีมให้ได้ ทั้งนี้ เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส คือทีมที่มีข่าวว่าสนใจจะคว้าตัว ป็อกบา ไปร่วมทัพ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหนจนกระทั่งตลาดของหลายลีกยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปปิดทำการไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีการคาดกันว่าแข้งวัย 26 ปี อาจจะพยายามย้ายทีมอีกในอนาคต ปัจจุบัน ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการใช้อ็อปชั่นดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากอ็อปชั่นนั้นไม่ถูกใช้งาน มันก็หมายความว่าพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็จะเหลือสัญญาเพียง 1 ปี เท่านั้น และทำให้ “ปีศาจแดง” ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยากลำบากว่าจะขายเขา หรือเก็บเจ้าตัวเอาไว้กับทีมต่อ กระทั่งล่าสุด เลกิ๊ป ก็ระบุว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญาของ ป็อกบา กับเอเยนต์ของเจ้าตัวแล้ว โดยไม่มีการระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เขาเป็นเท่าไหร่ หลังจากปัจจุบันแข้งวัย 26 ปีฟันค่าเหนื่อยในเบื้องต้นอยู่ที่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.02 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ต้องแก้ด่วน! ปัญหาปืนฝืดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ความสุขสันต์จากการชนะ เชลซี 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล 2019-20 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ 3 นัดต่อมาพวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย แบ่งเป็นการเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1, แพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-2 และเจ๊ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ผลงานดังกล่าวทำให้แค่เริ่มซีซั่นนี้มา 4 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล คู่อริตัวฉกาจที่เป็นจ่าฝูงห่างถึง 7 แต้มเข้าไปแล้ว แน่นอน บรรดาแฟนบอล “ปีศาจแดง” ยอมรับดีอยู่แล้วว่าฤดูกาลนี้ยังเร็วเกินไปที่พวกเขาจะมีลุ้นแชมป์ลีก แต่เหล่า “เร้ด อาร์มี่” ก็ไม่คิดว่าทีมรักของพวกเขาควรจะมีผลงานย่ำแย่แบบนี้ตั้งแต่ตอนออกสตาร์ต ทั้งนี้ หลายคนมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเก็บไปได้ 5 คะแนน เป็นเพราะเกมรุกของพวกเขาจบสกอร์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้จะมีโอกาสทำประตูหลายครั้ง แต่มีบ่อยครั้งที่สุดท้ายแล้วบอลมันไม่เข้าไปนอนในก้นตาข่าย ซึ่งสถิติหลายอย่างมันบ่งชี้ว่าพวกเขามีปัญหาในการยิงจริงๆ ถ้าหากอ้างอิงจาก อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดังแล้วนั้น มันก็จะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มี “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ ด้วยจำนวน 7.4 ประตู เป็นรองเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ที่ 11.17 ประตู กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อยู่ในระดับ 7.67 ลูกเท่านั้น ก่อนอื่นต้องขออธิบายเจ้าสถิติ “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” กันก่อน โดยมันคือสถิติที่ได้รับความนิยมสูงระดับหนึ่งในเมืองนอก ซึ่งมันก็คือสถิติที่บ่งบอกว่าตามความเป็นจริงแล้วทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูให้ได้ในระดับนั้นเป็นอย่างน้อย ยกตัวอย่างเช่นถ้าตัวเลขอยู่ที่ 12 มันก็หมายความว่าทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูได้ 12 ลูกเป็นอย่างต่ำ และถ้าน้อยกว่านั้นก็ถือว่าพวกเขาไม่มีความเฉียบขาดมากพอ ทั้งนี้ ปัจจัยที่เอามาคำนวณเป็น “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” ก็คือความง่ายของการยิง ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือถ้าเป็นลูกยิงเผาขน หรือได้ยิงในระยะกับมุมที่ดี ตัวเลขก็จะสูง เพราะมัน “ควรจะเป็นประตู” แต่ถ้าเป็นการยิงไกล หรือโดนคู่แข่งขวางเอาไว้เยอะ ตัวเลขก็จะต่ำลงไป เพราะมัน “ดูแล้วไม่น่าจะเป็นประตูได้” โดยมันยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เอามาพิจารณาด้วย อย่างเช่นเท้าที่ใช้ยิง เป็นต้น ตัวเลข 7.4 ในด้านนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีการตั้งเกมขึ้นมาได้ดี และมีจังหวะผ่านบอลสวยๆ จนทำให้คนที่ยิงอยู่ในมุมที่ควรจะส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายได้หลายครั้ง แต่ถึงกระนั้น พวกเขากลับยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายหน และทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่เคยยิงเกิน 1 ลูกต่อ 1 เกมได้เลย นับตั้งแต่ที่เคยทำไป 4 ลูกในเกมกับ เชลซี แน่นอนว่าคนที่โดนเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด เพราะดาวเตะชาวอังกฤษได้รับบทบาทเป็นกองหน้าตัวเป้าของทีมอย่างเต็มตัว ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ตั้งใจที่จะปลุกปั้นให้ แรชฟอร์ด เป็นยอดกองหน้าตัวเป้าให้ได้ โดยว่ากันว่าเขาลงทุนซ้อมให้ แรชฟอร์ด เป็นพิเศษเลย อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าจนถึงตอนนี้ แรชฟอร์ด ยังไม่สามารถตอบแทนความคาดหวังของอดีตยอดดาวยิงชาวนอร์เวย์ได้ดีเท่าที่ควร จริงอยู่ว่าเขาทำได้ 2 ลูกในเกมกับ เชลซี แต่หลังจากนั้นกลับยิงเพิ่มไม่ได้เลย แถมยังยิงตรงกรอบได้เพียงแค่ 5 หน จาก 16 นัดเท่านั้น การจะแสดงให้เห็นว่า แรชฟอร์ด ยิงได้แย่มันไม่จำเป็นถึงขนาดต้องเอาเขาไปเปรียบเทียบกับยอดแนวรุกของทีมอื่น อย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แข้งคนดังของ ลิเวอร์พูล, เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ศูนย์หน้าอาร์เซน่อล หรือ แฮร์รี่ เคน กองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เลย แค่เปรียบเทียบกับ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งของ เชลซี ก็พอจะเห็นได้ชัดถึงเรื่องนั้นแล้ว เพราะ อับราฮัม ยิงตรงกรอบได้ 5 ครั้ง จากทั้งหมด 11 หน และถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ดีกว่า แรชฟอร์ด ด้วย จริงอยู่ว่านี่ยังเป็นเพียงช่วงต้นฤดูกาลเท่านั้น และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเวลาปรับปรุงการจบสกอร์ของพวกเขาอยู่ แต่มันก็ต้องรีบแก้ไขได้แล้ว ถ้าหากว่าพวกเขาไม่อยากอดได้โควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th