ทางการ!ทีมลีกอาร์เจนตินาตั้งมาราโดน่าคุมทัพ

กิมนาเซีย ประกาศตั้ง ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมเรียบร้อย โดยสัญญามีผลจนถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น กิมนาเซีย สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินา ประกาศว่าพวกเขาได้แต่งตั้งให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา มาราโดน่า มีปัญหาด้านหัวเข่าจนทำให้เขาต้องลาออกจากการคุม โดราโดส สโมสรในลีกระดับ 2 ของประเทศเม็กซิโกไปเมื่อช่วเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาก็สามารถเดินไปไหนมาไหนในโรงพยาบาลได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า มาราโดน่า กำลังจะไปกุมบังเหียน กิมนาเซีย โดยถึงแม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับข้อเสนอจากทีมดังกล่าว แต่ มาติยาส มอร์ล่า ทนายความส่วนตัวของเขาออกมาบอกเองว่า “เสือเตี้ย” จ่อจะได้ไปทำงานกับที่นั่นจริงๆ และล่าสุดมันก็มีการแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยที่สัญญามีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ “ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า สตาร์ดังของโลกฟุตบอล ได้เซ็นสัญญากับเรา และเป็นโค้ชคนใหม่ของ กิมนาเซีย แล้ว โดยสัญญาจะมีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้” แถลงการณ์ของ กิมนาเซีย ระบุ ปัจจุบัน กิมนาเซีย อยู่ในอันดับสุดท้ายของลีก ด้วยผลงาน 1 คะแนน จากการลงเล่น 5 นัด ส่วนครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ มาราโดน่า ทำงานในบ้านเกิดนั้น ได้แก่การเป็นผู้ช่วยของ เดปอร์ติโบ ริเอสตร้า ระหว่างปี 2013-17 แต่ถ้านับเฉพาะในฐานะกุนซือคือการคุมทีมชาติอาร์เจนตินาในปี 2008-10 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

Samsung หนุนนวัตกรรม ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดผู้พิการทางสายตา ด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้พิการทางสายตามีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ และการเข้าถึงเทคโนโลยี หลายครั้งที่คนทั่วไปเกิดความสงสัยว่า ผู้พิการทางสายตาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว
คำถามต่างๆ เช่น พวกเขาสามารถดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้หรือไม่ เวลาไปเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ จะชื่นชมธรรมชาติและภาพความงดงามนั้นอย่างไร และสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ ผ่านโซเชียลมิเดียให้กับเพื่อนๆ ได้ร่วมรับรู้ถึงความสุขและช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้เหมือนกับคนทั่วไปหรือไม่ คำตอบที่หลายคนฟังแล้วคาดไม่ถึงก็คือ “ได้!” โดยเทคโนโลยีนี่แหล่ะที่เป็นตัวทำลายกำแพงและข้อจำกัดด้านร่างกาย
(นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง)
“เทคโนโลยีทุกวันนี้ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ภายในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้และพยายามเปิดใจลองทุกอย่าง ฟีเจอร์อย่าง Accessibility จะมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Screen Reader และ Voice Assistant
ซึ่งจะช่วยแปลงทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพให้กลายเป็นเสียง สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียด เวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหารก็ทำให้สามารถอ่านเมนูอาหารได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป บนสมาร์ทโฟนจะมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้พิการอยู่หลายแอปฯ เช่น ‘Be My Eyes’ เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเหลือคนพิการทางสายตา
โดยถ้าคนพิการต้องการความช่วยเหลือจะสามารถ Video Call ไปที่อาสาสมัคร เพื่อให้อาสาสมัครช่วยอธิบายลักษณะสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือถ้าเดินหลงทางก็สามารถแจ้งให้อาสาสมัครช่วยอธิบายและบอกทางให้ได้ หรือถ้าต้องการดูหนังก็มีแอปพลิเคชัน ‘พรรณนา’ ที่บรรยายสิ่งที่ฉายอยู่ยนหน้าจอให้เรารู้ ทำให้สามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพจากจอเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินชีวิตในปัจจุบันสะดวกขึ้นมากๆ” นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ หรือคุณแอน ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เล่าถึงบทบาทของสมาร์ทโฟนที่มีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเธอ
นายบุญประเสริฐ สัตตานุสรณ์ ผู้พิการทางสายตา อาชีพข้าราชการ กล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือและใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “Tap2Read”
ซึ่งในนั้นเป็นเหมือนห้องสมุดที่มีหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย งานวิจัยต่างๆ โดยแทนที่จะอ่านเป็นตัวอักษรก็ฟังเป็นเสียงแทน อ่านโดยอาสาสมัครที่มาช่วยอ่านและอัดเทปไว้ สมาร์ทโฟนเปลี่ยนชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่ผู้พิการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ได้ถูกคิดค้นขึ้น แต่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์และมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น เช่น ทำธุรกรรมการเงิน เรียกรถโดยสาร ผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับคนปกติโดยไม่มีอุปสรรค”
pananaapp
(แอปพลิเคชัน ‘พรรณา’ ช่วยบรรยายสิ่งอยู่บนหน้าจอ ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพ)
ด้วยฟีเจอร์ ‘การช่วยเหลือในการเข้าถึง’ หรือ Accessibility บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นและการได้ยิน ได้รับประโยชน์และใช้งานสมาร์ทโฟนได้ไม่ต่างจากคนปกติ โดยซัมซุงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนด้วยนวัตกรรม เพื่อก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้ชีวิต และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้
ที่ผ่านมาซัมซุงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ‘Read for the Blind’ แอปพลิเคชันแรกของโลกที่คิดค้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างหนังสือเสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา ทั้งยังได้สนับสนุนการอบรมการใช้สมาร์ทโฟนสำหรับผู้พิการทางสายตา สถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนาภายใต้มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้อุปกรณ์การสื่อสาร ผ่านฟีเจอร์ Accessibility
และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็น สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ชีวิต และได้ร่วมมือกับ “Mint I Roam Alone” เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง จัดทำโปรเจค “ทริปไร้แสง“ พาผู้พิการทางสายตาไปตะลอนทำกิจกรรมเพื่อลบข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตะลุยรับประทานอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ดำน้ำ กระโดดบันจี้จั๊ม กระโดดร่มและปีนเขา

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

เบลโวยไม่แฟร์ถูกมองเป็นแพะที่เรอัลมาดริด

แกเร็ธ เบล ปีกดาวดัง เรอัล มาดริด ชี้ไม่แฟร์เลยสำหรับตนที่ถูกยัดเยียดความเป็นแพะ แย้มอยากเข้าไปเคลียร์ปัญหาต่างๆ กับสโมสร แกเร็ธ เบล ปีกความเร็วสูงของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน เชื่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับตน ที่ถูกมองเป็นแพะรับบาปที่สโมสรในช่วงที่ทีมมีผลงานน่าผิดหวังนับมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว สตาร์ทีมชาติเวลส์วัย 30 ปี เกือบได้เก็บข้าวของย้ายไปค้าแข้งที่จีนกับ เจียงซู ซู่หนิง หลังจากที่รู้ว่าไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหาร “ราชันชุดขาว” ไม่ยอมเปิดไฟเขียวให้ดีลดังกล่าวเกิดขึ้น และสุดท้ายฤดูกาลนี้ เบล ก็ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมลีกทั้ง 3 นัด และทำไปแล้ว 2 ประตู “ผมเข้าใจดีว่า ผมถูกมองเป็นแพะรับบาปมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งผมก็ต้องทำใจยอมรับ ถึงแม้มันดูไม่แฟร์เลยก็ตาม ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก ไม่ใช่แค่กับผมคนเดียว และกับทีมด้วย” “ผมจะไม่พูดว่า ผมลงเล่นอย่างมีความสุข แต่ผมก็ต้องลงเล่น เมื่อผมเล่นอยู่ในสนาม ผมมีความเป็นมืออาชีพมากพอ และพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นให้สโมสรหรือทีมชาติ” “ผมมั่นใจเลยว่า มันจะต้องมีความวุ่นวายมากกว่านี้อีก ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเข้าไปคุยกับทางสโมสร มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับพวกเขา เราจำเป็นต้องหาบทสรุปร่วมกันให้ได้” อดีตดาวเตะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดใจกับ สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี ทั้งนี้ เบล ลงเล่นให้ เรอัล มาดริด ไปแล้ว 234 นัด ทำได้ 104 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก “ไก่เดือยทอง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เทคนิคการเล่นแทงบอลที่นักพนันต้องรู้ไว้!

มีคนมากมายที่ต้องพบกับความล้มเหลวจากการเล่น SBOBET พนันฟุตบอลทำให้คนภายนอกนั้นมองว่าวงการนี้มันแย่และมองในแง่ลบ แล้วได้มองว่านักพนันทั้งหลายเป็นคนไม่เอาถ่านหรือเรียกว่าเป็นผีพนันที่ไม่ควรจะคบด้วย ทั้งที่จริงๆแล้วมีนักพนันจำนวนไม่น้อยเลยที่ประสบความสำเร็จในการเล่นพนัน ซึ่งถ้าหากคุณได้รู้และได้เห็นวิธีการทำงานของพวกเขาแล้วรับรองว่าจะลบคำสบประมาททั้งหลายที่คนต่างๆได้พูดเข้ามา เพราะการที่จะเป็นเซียนพนันให้ได้นั้นก็จะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลทั้งหมด แถมยังจะต้องฝึกฝนในการควบคุมอารมณ์ที่ไม่ให้หลุดขณะวางเดิมพันอีกด้วย
– การควบคุมอารมณ์
การควบคุมอารมณ์ให้ได้นั้นสำคัญยังไง เวลาที่คุณเล่นบอลเสียเคยนึกอยากจะได้เงินคืนหรือเปล่าแน่นอนว่าคุณจะต้องคิดอยู่ในหัวแล้วล่ะว่าจะได้เงินคืนมายังไง และต่อมาคุณจะหาวิธีการเอาเงินคืนยังไงล่ะและแน่นอนว่าแทบทุกรายที่จะต้องทำการวางเดิมพันเป็น 2 เท่า และบางคนก็อาจจะลงเดิมพันแบบคูณไปเรื่อยๆเพื่อที่อยากจะได้เงินคืน มีน้อยคนมากที่สามารถเอาเงินกลับมาได้เพราะส่วนใหญ่เงินก็จะหมดเกลี้ยงในกระเป๋าไปเสียก่อนจึงจะต้องเลิก ซึ่งทั้งที่จริงแล้วแทนที่ยอมเสียเงินแค่ตาเดียวกับจะต้องเสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆต้องไม่รู้กี่ตา การควบคุมอารมณ์ตัวเองนั้นมันสำคัญยังไง เพราะถ้าหากคุณเล่นได้คุณก็ต้องรู้จักหยุด และถ้าหากคุณเล่นเสียคุณก็จะต้องหยุดเล่นโดยทันที
– อย่ารักพี่เสียดายน้อง
คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะลงเดิมพันตรงไหนถึงจะดีที่สุด และควรจะลงเงินแต่ละตาให้เท่าๆกันอย่าไปคิดว่าทีมนี้เป็นทีมโปรดของคุณจะต้องลงทุนเยอะๆ หรือทีมนี้มีนักกีฬาที่คุณไม่ชอบอยู่ก็แทงเพียงนิดเดียว ถ้าหากคุณคิดแบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการต่อประตูปิดตายแห่งหนทางที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ แถมยังเป็นการลงทุนเกินความจำเป็นอีกด้วย เพราะถึงแม้จะได้เงินจากทีมที่ถูกแทงกลับมาแต่เมื่อรวมรายจ่ายไปในรอบที่แล้วนั้น ก็อาจจะไม่ได้กำไรกลับมาสักเท่าไหร่หรือไม่ก็อาจจะติดลบลงไปอีก
– รู้จักวางแผนเป็นขั้นตอน
ถ้าจะเรียกว่าการพนันบอลนั้นเป็นการลงทุนก็คงจะไม่ผิด แต่จะต้องบอกว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนอย่างอื่นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก่อนการจะลงทุนอะไรสักอย่างก็ควรจะคิดและวิเคราะห์พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน ถ้าหากคุณทำงานได้ในระยะเริ่มต้นก็ควรจะจัดการแบ่งออกมาเก็บไว้อีกต่างหาก งั้นก็เพื่อนำกำไรส่วนที่เหลือกลับไปหมุนเล่นเหมือนเดิม ผลกำไรที่คุณทยอยตัดมาเก็บไว้นี่แหละจะเป็นรายได้ของคุณและเป็นกำไรของคุณจริงๆ เพราะยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็แสดงว่าคุณทำการบ้านมาดีบวกกับโชคกำลังเข้าข้าง แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปจนแทงเล่นลงไปคราวละมากๆเพราะเหตุการณ์ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นตามที่คุณคาดหวังเอาไว้ซะทีเดียว

[รีวิวเกม] Bloodstained : Ritual of the Night – ผู้สืบทอดตำนานปราสาทแดรกคูลา

ในกระแสเกมยุคปัจจุบันที่หลายๆ ผู้พัฒนาพยายามจะหนีออกจากความเป็นเกมมากๆขึ้น ด้วยต้องการจะสร้างประสบการณ์ที่สมจริงสมจัง ดึงผู้เล่นเข้าให้เข้าในหัวของตัวละครและโลกที่ถูกสร้างขึ้น นี่คือเกมที่หันหลังให้กับกระแสนั้นแล้วโอบรับธรรมชาติของตัวเองอย่างสนุกสนาน Bloodstained : Ritual of the Night เป็นเกม Action-RPG มุมมองด้านข้างแบบสองมิติ แต่ใช้โมเดลและภาพ 3 มิติ พัฒนาโดยสตูดิโอ Art Play ที่นำโดย โคจิ อิงาราชิ (Koji Igarashi) ผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้ให้กำเนิด Castlevania : Symphony of the Night หนึ่งในเกมในตำนานที่สร้าง sub-genre (ประเภทย่อยของเกม) ของตัวเองขึ้นมาคู่กับเกม Super-Metroid จนถูกเรียกว่า Metroidvania หรือที่บางคนอาจจะเรียกว่า Igavania เลยทีเดียว โดย Bloodstained นั้นเกิดจากการระดมทุนผ่าน Kickstarter ในปี 2015 หลังจากที่อิงะได้ออกจาก Konami ด้วยโฆษณาที่ว่านี่จะเป็นเกมผู้สืบทอดจิตวิญญาณของ Castlevania ยุคหลัง Symphony of the Night เป็นต้นมา ซึ่งตัวเกมก็ได้รับเงินระดมทุนไปถึงเกือบ 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าเป้าขั้นต่ำที่ตั้งไว้ที่ 5 แสนแบบถล่มทลาย ซึ่งตัวเกมเดิมนั้นวางแผนไว้ว่าจะวางขายในปี 2017 แต่ก็ดีเลย์มาเรื่อยๆยาวถึง 2 ปีกว่าจนในที่สุด มันก็ได้วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนปี 2019 นี้ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องเกริ่นไว้ก่อนเลย คือผมไม่เคยเล่น Castlevania ซักภาครวมถึง Symphony of the Night ด้วยครับ แน่นอนว่าผมเคยได้ยินเรื่องราวและได้เห็นความเจ๋งของเกมนี้จากหลายๆทางมาแล้ว แต่ก็พูดได้ว่านี่จะเป็นรีวิวที่เขียนจากคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์หรือความประทับใจกับ SotN (ชื่อย่อ) โดยตรงมาเลย ระบบการเล่นที่เรียบง่ายแต่กลับเพลินจนหยุดไม่อยู่ ในส่วนของระบบการต่อสู้และพัฒนาตัวละครนั้นเรียบง่ายมากๆ เราจะสามารควบคุมมิเรียมให้วิ่ง กระโดด หลบถอยหลัง โจมตี และใช้เวทมนตร์ที่ในเกมนี้เรียกว่า Shard ได้ ซึ่งการโจมตีในเกมนี้นั้นจะไม่มีการกดคอมโบใดๆ ทั้งสิ้น การกดโจมตีย้ำๆก็จะเป็นแค่การออกท่าโจมตีมาตรฐานตามแต่อาวุธที่เราใช้ซ้ำๆ กันไป เช่นเดียวกับการใช้เวทมนตร์ที่จะมีอะไรมากกว่าก็แค่เวทมนตร์บางชนิดเราจะสามารถกำหนดทิศทางที่จะยิงออกไปได้ ที่อาจจะมีลูกเล่นหน่อยก็จะเป็นระบบท่าพิเศษ (Techniques) ที่มากับอาวุธบางชิ้น แต่ส่วนตัวผู้เขียนกลับมองว่าท่าพิเศษพวกนี้ดูจะเป็นส่วนเกินที่ไม่จำเป็นไปหน่อย อย่างหนึ่งคือวิธีกดนั้นมันละม้ายคล้ายคลึงกับการกดท่าในเกมต่อสู้ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับอะไรแบบนั้นก็จะหาจังหวะกดใช้งานจริงได้ยากมาก รวมถึงท่าที่มีประโยชน์จริงๆก็มีเพียงไม่กี่ท่า ทำให้สุดท้ายผมเชื่อว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไงก็จะใช้การโจมตีธรรมดากับเวทย์มนตร์เสียมากกว่าอยู่ดี แต่สิ่งที่ทำให้ระบบที่เรียบง่ายนี้มันเวิร์กก็คือระบบพัฒนาตัวละคร นอกจากที่ตัวมิเรียมนั้นจะมีเลเวลที่เราสามารถอัปได้จากการฆ่าศัตรูเพื่อเก็บ exp เหมือนเกม RPG ทั่วๆไปแล้ว เราสามารถสวมใส่อาวุธชุดเกราะและเครื่องประดับให้กับเธอได้ ซึ่งอาวุธที่มีให้เลือกใช้ก็มีเกือบ 10 ชนิดได้ แต่ละชนิดก็จะมีจุดดีจุดเด่นของตัวเอง เช่น มีดจะแทงได้เร็วแต่ระยะสั้นและเป็นเส้นตรง ดาบใหญ่จะช้าแต่แรงและโจมตีเป็นวงทางตั้ง เป็นต้น และด้วยความที่ตัวเกมไม่มีระบบการกดคอมโบ ทำให้เราสามารถหยิบเปลี่ยนอาวุธแต่ละชนิดขึ้นมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้โดยแทบจะไม่ต้องปรับตัวเลย ซึ่งมันก็เข้ากันได้ดีกับการออกแบบฉากและศัตรูในเกมที่หลากหลายและกระตุ้นให้เราอยากเปลี่ยนอาวุธเพื่อความเหมาะสมอยู่บ่อยๆ รวมถึงชุดเกราะและเครื่องประดับเองนอกจากจะเพิ่มค่าสถานะแล้ว บางชนิดก็ยังมีเอฟเฟคต์เฉพาะตัวเสริมสไตล์การเล่นเข้าไปอีก รวมถึงส่วนเกราะหัวหรือเครื่องประดับบางชนิดก็จะโชว์บนโมเดลตัวละครด้วยๅ อาจจะไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า Bloodstained : Ritual of the Night เป็นหนึ่งในเกมระดมทุนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมานับตั้งแต่เกมที่เคยสร้างประวัติการณ์อย่าง Undertale (ที่เอาเข้าจริงๆ ก็เทียบกับยากกันหน่อยเพราะอยู่กันคนละตลาด) แน่นอนว่ามันยังมีตำหนิมีข้อเสียหลายอย่างโดยเฉพาะในด้านเทคนิคและบทของเกมที่ไม่ได้ถูกเกลามาอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่มันก็ตอบโจทย์สิ่งที่มันอยากจะทำและเป็นสิ่งที่ผู้คาดหวังได้แทบจะสมบูรณ์แบบ นั่นคือการเป็นเกมผู้สืบทอดตำนาน Castlevania : Symphony of the Night และพิสูจน์ให้เราได้เห็นว่าเกมแอคชั่นมุมมองด้านข้างยังไม่ตาย ยังมีเหล่าผู้เล่นหน้าเก่าที่โหยหาบรรยากาศแบบนี้ และยังมีผู้เล่นหน้าใหม่อย่างผู้เขียนเองที่ตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เคยสร้างอิทธิพลสำคัญต่อวงการเกมนี้อยู่ ตราบใดที่เกมมันถูกสร้างออกด้วยมาความตั้งใจเอาใจใส่ และที่สำคัญ ด้วยความสนุกสนานของผู้สร้างเอง มันส่งมาถึงผู้เล่นแน่นอน และนี่คือหนึ่งในเกมที่ขุดรากเหง้าของการสร้างเกมในแบบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับใครที่เป็นแฟนของ SotN หรือเคยเล่นมาก่อนแล้วชอบล่ะก็ จากความเห็นของเพื่อนๆรอบตัวผมที่เป็นหนึ่งในนั้น ก็พอจะสรุปให้ได้ว่า ซื้อมาเล่นเถอะ คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วนใครก็ตามที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกมแนวนี้มาก่อนและยังลังเลอยู่ ไม่ว่าจะเพราะไม่ใว้ใจเกมระดมทุนจากกรณีก่อนๆอย่าง Might No.9 ก็ดี หรือแค่เพราะเห็นภาพเกมมันไม่สวยเลยไม่แน่ใจคุณภาพเกมว่ามันจะคุ้มกับเงิน 1200-1300 ก็ดี ผู้เขียนยืนยันให้ตรงนี้เลยว่ามันคุ้มเกินคุ้มแน่นอน ที่เหลือก็อยู่ที่ว่ามันจะตรงจริตกับคุณรึเปล่าก็เท่านั้นเอง เครดิต : (beartai) https://www.beartai.com

ป็อกบา-เรอัล มาดริด ! ดีลที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยช่วงซัมเมอร์

ปอล ป็อกบา ไม่เคยปกปิดความต้องการที่จะโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเป้าหมายคือ เรอัล มาดริด ซึ่งมีข่าวว่าอยากได้ แข้งเลือดเฟร้นช์ ไปร่วมทีมเช่นกัน และมีรายงานว่า “ราชันชุดขาว” พยายามที่จะขอซื้อนักเตะ แต่ความจริงแล้วดีลนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยก่อนตลาดพ่อค้าแข้งปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ป็อกบา เอ่ยวาจายอมรับกับสื่อเองต้องการออกไปจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อไปหาความท้าทายใหม่ และจุดหมายปลายทางก็คือเกมลา ลีกา สเปน โดยในช่วงเวลานั้น “ราชันชุดขาว” ดูเหมือนพร้อมที่จะรับเซ้งนักเตะมาร่วมทีม เพราะชื่นชอบ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องจาก เรอัล มาดริด พร้อมทุ่มเงินเต็มสูบให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อพิจารณาปล่อย ป็อกบา ย้ายมาสวมชุด “ราชันชุดขาว” แต่สุดท้ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จเมื่อการดำเนินงานต่างๆ ต้องยุติลงเพราะตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล ได้รับข้อมูลสำคัญว่า จริงๆ แล้วดีลการซื้อขาย กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องจากทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน ไม่เคยสนใจที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึง อดีตดาวเตะยูเวนตุส มาเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เรื่องของเรื่องก็คือสื่อผู้ดีอ้างว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ป็อกบา ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากที่จะปล่อยนักเตะออกไปหากว่าทีมได้รับข้อเสนอจำนวนมหาศาลว่ากันว่าประมาณ 150 ล้านยูโร (ราว 5,250 ล้านบาท) เพื่อหวังนำเงินไปลงทุนกับผู้เล่นใหม่ๆ ที่ตนอยากได้มากกว่า ฉะนั้นหาก เรอัล มาดริด อยากได้ตัว ป็อกบา จริงๆ ก็ต้องยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจเข้ามา พวกเขาก็พร้อมเปิดทางทันที ! แต่ข้อเสนอจาก “โลส บลังโกส” ไม่เคยถูกส่งเข้ามาให้ “ปีศาจแดง” พิจารณาอีกเลย เนื่องจากทีมไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำด้วยข้อเสนอมหาศาลได้ เพราะพวกเขาควักกระเป๋าจ่ายค่าตัว เอแด็น อาซาร์ ให้กับ เชลซี ไปแล้วถึง 100 ล้านยูโร (ราว 3,500 ล้านบาท) ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ป็อกบา ไม่ได้ย้ายทีมอย่างที่วาดฝันเอาไว้ และด้วยสปิริตของพ่อค้าแข้งอาชีพ เจ้าตัวก็ตัดสินใจกลับมาร่วมฝึกซ้อม และเดินทางไปอุ่นเครื่องปรีซีซั่นกับต้นสังกัด โดยในเวลานั้น โซลชา ยังกล่าวชื่นชมทัศนคติของ ป็อกบา ที่มีความเป็นมืออาชีพสูง แม้ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของเขาจะพยายามกดดัน “เร้ด เดวิลส์” ให้ปล่อยตัวลูกค้าของเขาไปอยู่กับ เรอัล มาดริด อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ การย้ายทีมดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะ เรอัล มาดริด ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะคว้า ป็อกบา มาร่วมทัพ แม้ ซีดาน อยากได้นักเตะรุ่นน้องร่วมชาติก็ตาม แต่ด้วยค่าตัวขนาดนั้นทำให้ทีมจำเป็นต้องพับแผนทันท กระนั้นความฝันที่ ป็อกบา กับ ซีดาน จะได้ร่วมงานกันยังมีความเป็นไปได้ เพราะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม หรือในช่วงซัมเมอร์หน้า เรอัล มาดริด อาจจะมีงบประมาณใหม่เพื่อใช้กระชากตัวนักเตะมาร่วมทัพก็เป็นไปได้ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

6 เหตุผลที่แฟนบอล ต้องดูบอลพรีเมียร์ลีก!! ให้ได้เลย

ใครที่ชื่นชอบการดูบอลสดหรือเป็นแฟนบอลก็จะมีลีกในการแข่งขันที่ชอบดูก็จะแตกต่างกัน และจะมีปัญหาโลกแตกอยู่อย่างหนึ่ง ที่มักจะถกเถียงกันเป็นประจำว่าลีกไหนคือลีกที่ดีที่สุด เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่ไม่มีวันหาคำตอบได้เลยจริงๆ
แต่สำหรับในบทความนี้ อยากจะแนะนำลีกหนึ่งที่คุณจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นก็คือ “พรีเมียร์ลีก” ที่ถือว่าเป็นลีกที่ดีที่สุดแล้ว แล้วถ้าหากอยากจะรู้ว่าทำไมลีกนี้ถึงเป็นลีกที่ดีที่สุดละก็ มีคำตอบมาให้ได้รู้กันอยางแน่นอน ตามมาเลย
ทำไมต้องห้ามพลาดบอลพรีเมียร์ลีก
1. มีการแข่งขันที่มีอันดับสูงสุดในทุกๆลีก
ในการแข่งขันในลีกพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นการแข่งขันที่ยากต่อการคาดเดาเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีการผูกขาดแชมป์ไว้อย่างชัดเจน แชมป์ในลีกนี้นั้นจะเปลี่ยนหน้าได้ตลอดเวลา หรือแม้แต่ทีมใหญ่ๆก็มีโอกาสที่จะแพ้ทีมเล็กได้ แถมยังแอบมีทีมม้ามืดที่รอให้คุณได้ลุ้นผลการแข่งอยู่ตลอดเวลา
2. รวมสตาร์นักเตะดังๆเอาไว้มากมาย
ในลีกนี้มีการทุ่มทุนเพื่อนำเอานักเตะดังๆจากทั่วโลกเข้ามาเล่นในลีกนี้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะอยู่ในทีมในระดับไหนจะทีมใหญ่หรือทีมเล็กก็ตาม ซึ่งเป็นอะไรที่แฟนบอลหลายๆคนอยากเห็นเป็นอย่างมาก
3. มีผู้ชมและฐานแฟนคลับเยอะมากที่สุดในโลก
เพราะเป็นลีกที่น่าสนใจและมีมาตรฐานเป็นอย่างมาก อีกทั้งองค์ประกอบหลายๆในลีกนี้ที่ทำให้คนเข้ามารับชมกันเป็นจำนวนมาก และทำให้ลีกแห่งนี้มีผู้ชมมากที่สุดในโลกอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
และลีกนี้ก็เป็นลีกที่มีฐานแฟนคลับเยอะมากที่สุดในโลก ก็เพราะในลีกได้มีการวางรากฐานไว้อย่างดี และยังมีการรวมเอานักเตะดังๆไว้เป็นจำนวนมาก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีแฟนคลับเยอะมากที่สุดในโลก แบบนี้จะพลาดการดูบอลในลีกนี้ไม่ได้แล้ว
4. สามารถติดตามรับชมได้ง่าย
เพราะบอลพรีเมียร์ลีกเรียกได้ว่าเป็นที่ 1 ในเรื่องของการโปรโมท การโปรโมทที่ดีจึงทำให้แฟนบอลทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายนั่นเอง
5. ที่มีการจัดการแข่งขันต่อเนื่อง
โดยปกติแล้วในแต่ละลีกนั้นจะมีการพักเบรคเป็นแต่ในฤดูกาล นั่นก็เพื่อให้นักเตะได้พักผ่อนและเตรียมตัวเพื่อการแข่งขันต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งบอลพรีเมียร์ลีกนั้นจะแตกต่างกับลีกอื่นๆมาก ตรงที่จะไม่มีช่วงพักเบรคไม่มีหยุดในเทศกาลสำคัญอะไรทั้งนั้น เพราะแบบนี้เองจึงจะทำให้ผู้ชมได้ดูบอลสดในการแข่นขันแบบต่อเนื่อง จนเมื่อยตากันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
6. รูปแบบการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบสุดๆ
ในแต่ละลีกนั้นก็จะมีการเล่นที่แตกต่างกันไป และสิ่งที่ไม่เหมือนกันตรงนี้จึงกลายเป็นจุดขายของลีกในแต่ลีกนั่นเอง ซึ่งพรีเมียร์จะมีการเล่นที่เน้นการปะทะ เน้นพละกำลัง และความเร็วในการเล่นเป็นหลัก อีกทั้งยังมีการเล่นแบบหลอกล่ออีกด้วย

Credit : SBOBET

เชื่อไหม?เผยญาติเจอร์ราร์ดเคยปัดข้อเสนอแมนยู

เอเจนต์ชาวอิตาเลียน เปิดเผยเรื่องเด็ดว่า บ็อบบี้ ดันแคน หัวหอกญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนใจอยากดึงตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างหล่อไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล บ็อบบี้ ดันแคน กองหน้าดาวรุ่ง เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้ายจะเดินทางไปเป็นสมาชิกใหม่ ฟิออเรนตินา โดยให้เหตุผลไม่อยากทรยศ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากการเปิดเผยของ วิเชนโซ่ โมราบิโต้ เอเจนต์ชาวอิตาเลียนของนักเตะ ฟิออเรนติน่า ยื่นข้อเสนอของยืมตัว ดาวเตะญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม “เดอะ เร้ดส์” ในตอนแรกแต่โดน ลิเวอร์พูล ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ซาอิฟ รูบี้ เอเจนต์ของนักเตะออกมาจวกหนักสโมสร ในที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปล่อย ดันแคน ออกไปด้วยสนนราคา 1.8 ล้านปอนด์ (ราว 68.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามก่อนจะได้ย้ายไป “วีโอล่า” ยังมีประเด็นน่าสนใจยิ่งกว่านี้อีกเมื่อความจริงแล้ว ดันแคน ได้รับความเสนอมากมายโดยเฉพาะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวปัดโอกาสไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากไม่ต้องการหักหลังสาวก “เดอะ ค็อป” โมราบิโต้ ซึ่งทำงานร่วมกับ รูบี้ ในการนำ ดันแดน ย้ายไปอยู่กับฟิออเรนติน่า กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน ซาอิฟ ติดต่อมาหาผม และเราเตรียมที่จะทำงานร่วมกันในการพยายามหาสโมสรใหม่ให้ บ็อบบี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธ ยูไนเต็ด ซึ่งยืนยันว่าอยากได้เขามากๆ” “เขามีโอกาสได้ย้ายไป ลาซิโอ แต่ความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีนัก และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (เทรนเนอร์ลาซิโอ) ซิโมเน่ อินซากี้ จะทำให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และผมหวังว่าเขาจะเป็นแบบนั้นกับ (กุนซือฟิออเรนติน่า) วินเชนโซ่ มอนเตลล่า” เอเจนต์เลือดมะกะโรนี ระบุ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ลองเปิดใจ การดูบอลสด ที่สนุกจนคุณต้องติดใจ!!

ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปการดูบอลออนไลน์มีแฟนบอลทั้งที่เป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าผู้หญิงนั้นไม่ค่อยดูฟุตบอลกันเป็นจำนวนมาก แต่จริงๆแล้วมันเป็นความเชื่อที่ผิด! เพราะในโลกนี้ยังคงมีแฟนบอลที่เป็นผู้หญิงจำนวนมาก เพราะฟุตบอลนั้นมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลและสามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย
วันนี้เราจะมาพาคุณให้ลองเปิดใจกับการดูฟุตบอล และดูยังไงให้สนุกมากขึ้นคุณอาจจะชื่นชอบกับการดูบอลมากยิ่งขึ้นก็ได้ใครจะไปรู้! เอาละมาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
1. เปิดใจเพื่อศึกษาวิธีการเล่นและกฎกติกาในเบื้องต้น
อย่างแรกถ้าหากคุณอยากจะดูบอลให้รู้เรื่องแล้วละก็ ควรจะศึกษาถึงวิธีเล่นกฎกติกาในเกม เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจและรู้เรื่องเมื่อได้ดูบอล ซึ่งการศึกษาในเรื่องกฎกติกานั้นเอาแค่พอมีพื้นฐานเป็นเบื้องต้นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องศึกษาลึกซึ้งให้เหมือนกับผู้ตัดสินในเกมฟุตบอล ถ้าหากคุณได้เข้าใจกับเกมฟุตบอลแล้ว รับรองได้เลยว่าคุณจะดูบอลสนุกยิ่งขึ้นและรู้สึกดีกับกีฬาชนิดนี้มากกว่าเดิมแน่นอน
2. หาเพื่อนที่ดูบอลเป็นมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
เพื่อที่จะให้การดูบอลนั้นสนุกและเข้าใจมากยิ่งขึ้น คุณอาจควรจะหาเพื่อนที่เป็นแฟนคลับฟุตบอลด้วยกัน หรือหาคนที่ให้ความสนใจที่เกี่ยวกับกีฬาบอลเหมือนกัน นั่นก็เพื่อที่จะได้มาทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านการชมในแต่ละเกม เรายิ่งถ้าหากคุณได้เจอคนที่ชอบทีมเดียวกันนักเตะคนเดียวกันกับคุณแล้ว รับรองว่าจะพูดคุยกันถูกคอเป็นอย่างมาก อีกครั้งการดูบอลของคนก็จะสนุกมากยิ่งขึ้น
3. ค้นหาทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบเพื่อที่จะเชียร์ให้สนุกมากยิ่งขึ้น
ให้คุณลองค้นหาทีมฟุตบอลที่คุณชื่นชอบดู เพราะการเชียร์บอลในแต่ละครั้งนั้นถ้าหากไม่มีทีมที่จะเชียร์เลยก็คงจะดูไร้จุดหมายจนเกินไป แถมยังให้การเชียร์ในแต่ละครั้งก็คงจะไม่สนุกตื่นเต้นอีกด้วย คุณสามารถมองหาทีมที่คุณชื่นชอบได้ไม่ว่าจะเป็นในรูปร่างของนักเตะหรือฝีมือของนักเตะ ซึ่งส่วนมากหน้าตาของนักเตะนั้นผู้หญิงมักจะเลือกกันในตรงนี้ แต่ถ้าหากเลือกไม่ได้จริงๆก็ลองเลือกตามเพื่อนหรือคนในครอบครัวก็ได้
ในผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นที่ได้ดูบอลกัน ส่วนมากจะเลือกเชียร์ทีมโดยดูจากนักเตะที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหล่าเป็นจำนวนมาก! แต่บางคนก็เลือกเชียร์ที่ฝีมืออยู่เหมือนกันไม่ใช่ที่หน้าตาเสมอ ซึ่งจะจริงแล้วการเลือกเชียร์ทีมไหนนั้นมันก็อยู่ที่ความชื่นชอบของคนๆนั้นด้วย มันไม่มีผิดหรือมีถูกอย่างแน่นอน เราอยากให้คุณก็ลองเปิดใจในเรื่องฟุตบอลดูสักครั้งค่ะ มันสนุกและเป็นเกมที่คลายเคลียดได้ดีอีกด้วย แถมยังเป็นกีฬาที่สามารถใช้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆได้ดีอีกด้วย

Credit : SBOBET

เก็บตก 5 ประเด็น! ทีมชาติไทย เปิดบ้านเจ๊า เวียดนาม 0-0 คัดบอลโลก

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดแรกของกลุ่ม จี ซึ่ง “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ เวียดนาม 0-0 ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และนี่คือ 5 ประเด็นที่เกิดขึ้นในเกมสำคัญนัดนี้ 5. ความเป็นไปของเกม เกมออกสตาร์ทด้วยจังหวะได้ลุ้นตั้งแต่นาทีแรกของ เวียดนาม เมื่อบอลยาวทิ้งไปแดนหน้าข้ามหัวกองหลัง ไทย และได้จบสกอร์โชคดีที่บอลหลุดกรอบออกไป หลังจากนั้นเกมในครึ่งแรกตกเป็นของทัพ ช้างศึก อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเป็นฝ่ายครองบอลหาโอกาสเจาะเข้าทำได้มากกว่าแต่เคลื่อนบอลสู่เขตอันตรายได้น้อยครั้งจากการที่ทีมเยือนแพ็คเกมรับอย่างแน่นหนา ขณะที่เกมในครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างพยายามเร่งเครื่องกันมากกว่าเดิม ส่วนการปล่อยให้เกมไหลโดยไม่เป่าฟาวล์ของผู้ตัดสินยิ่งทำให้มีการเข้าปะทะแบบถึงลูกถึงคนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้โอกาสแบบถนัดถนี่เพียงลูกหลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษของ ฐิติพันธ์ กับ โอกาสในนาทีสุดท้ายของ สุภโชค สารชาติ เท่านั้น 4. ความแน่นอนในแดนกลาง จากการจัดแผนผังรูปแบบการยืนตำแหน่ง 4-3-1-2 โดยมี สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คอยบัญชาเกมในแดนกลางทำให้ทัพ ช้างศึก คุมเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้ง สารัช และ พิธิวัต ยังมีส่วนกับการดันขึ้นไปช่วยเติมเป็นทางเลือกในการผ่านบอลที่แดนหน้ารวมทั้งยังหายห่วงในเกมสวนกลับของ เวียดนาม ข้อด้อยของรูปแบบการเล่นดังกล่าวดูจะมีเพียงอย่างเดียวเมื่อมีเพียง สารัช เท่านั้นที่สามารถช่วยพลิกบอลยามเซ็ตเกมจากแดนหลังได้เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลอยสูงอยู่ที่แดนบนจนหลายครั้งที่เราจบด้วยการทิ้งบอลยาวไปที่แดนหน้าและตามเก็บในจังหวะที่สองแทน 3. เกมรุกริมเส้นจากฟูลแบ็คบอดสนิท นิชิโนะ พยายามให้ลูกทีมเล่นอย่างเพลย์เซฟเมื่อใช้ผู้เล่นในแดนกลางสลับกันคอยโฉบเติมขึ้นไปจู่โจมโดยมี สุภโชค กับ ฐิติพันธ์ ถ่างออกไปเล่นที่ด้านกว้าง แต่ทีมไทยได้ลุ้นเหน่งๆ จากรูปแบบการขึ้นเกมดังกล่าวอย่างชัดเจนนับครั้งได้เมื่อ พิธิวัต ได้หลุดไปเปิดที่สุดเส้นหลังฝั่งซ้ายในช่วงต้นเกมและจังหวะวูบวาบของ สุภโชค ที่ฝั่งเดียวกัน แม้ทีมจะดูตื้อๆ เมื่อไม่สามารถเคลื่อนบอลสู่กรอบเขตโทษได้ถนัดถนี่นักแต่เราแทบไม่เห็นการดันขึ้นสูงเพื่อมีส่วนกับเกมรุกของทั้ง ทริสตอง โด กับ ธีราทร บุญมาทัน เลยกระทั่งในช่วงราว 15 นาทีสุดท้ายของเกม 2. ความหวังในตัว ชนาธิป เพลย์เมคเกอร์ตัวความหวังจาก คอนซาโดเล ซัปโปโร เริ่มต้นในครึ่งแรกแบบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเกมรุกมากนักเมื่อถูกจับให้ไปยืนประจำการที่ด้านหลังของกองหน้าอย่าง สุภโชค และ ฐิติพันธ์ ซึ่งบอลเซ็ตจากแดนกลางไปไม่ถึงเจ้าตัวเมื่อพลพรรค ดาวทอง ยืบีบพื้นที่ปิดเส้นทางลำเลียงบอลสู่ ชนาธิป รวมทั้งคอยทำลายจังหวะเมื่อบอลไปถึงเจ้าตัว อย่างไรก็ตาม เกมในครึ่งหลังเจ้าตัวดูจะมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นเมื่อได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ถ่างออกเพื่อรับบอลที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งรวมทั้งยังมีช็อตช่วยทีมปั้นเกมรอบกรอบเขตโทษ แต่ท้ายที่สุดต้องให้เครดิตกับลูกทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ ที่มีวินัยในเกมรับอย่างยิ่งยวดจนสามารถลดอันตรายของ ชนาธิป ไปได้มากในเกมนี้ 1. สุภโชค วูบวาบ กลายเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย เมื่อเวลาของเกมผ่านไป กองหน้าจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ เวียดนาม อย่างเห็นได้ชัดเมื่อทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่ง รวมไปถึงวินัยในการไล่บีบพื้นที่และการวิ่งเพื่อหาช่องเข้าทำ สุภโชค ยังได้รับความไว้วางใจจาก นิชิโนะ ให้อยู่ในสนามจนจบเกมและยังได้โอกาสทองในวินาทีสุดท้ายจากช็อตหลุดเดี่ยวก่อนที่จะยิงไปติดบล็อกกองหลังที่ยืนคุมเส้นประตู ด้วยเครดิตที่เจ้าตัววูบวาบมาตลอดทั้งเกมทำให้เราไม่อาจตำหนิแข้งวัย 21 ปีที่ไม่เฉียบขาดพอในจังหวะช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังได้ ไม่มีใครรู้ได้ว่าหาก สุภโชค ตัดสินใจไหลต่อให้กับ ชนาธิป ที่ยืนรออยู่ในพื้นที่เปิดมากกว่าใกล้เคียงจะเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยเจ้าหนูรายนี้ก็ทำได้เราเห็นว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย ได้อีกราย เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com